กรมพลศึกษา ลงนาม MOU สมาคมฯ ในการใช้ที่ดิน 30 ปี ก่อสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ

กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ทำพิธีลงนามความร่วมมือ ในการใช้ที่ดินในตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อสร้างศูนย์ฝึกกีฬาฟุตบอลแห่งชาติครบวงจร
 
การลงนามในครั้งนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้นำโดย พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย  ดร.นิวัฒน์ ลิ้มสุขนิรันด์ อธิบดีกรมพลศึกษา , นายยุทธนา หยิ่มการุณ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ,นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคม,ดร.วนิดา พันธ์สอาด รองอธิบดีกรมพละศึกษา และ นายปกาศิต เอี่ยมบุตร เลขนุการกรมพละศึกษา พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนร่วมเป็นพยานในพิธีลงนาม

ภายหลังการลงนาม พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กล่าวว่า “การสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติจะได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการฟีฟ่า ฟอร์เวิร์ด 3.0 หรือ ประมาณ 100 ล้านบาท สิ่งก่อสร้างจะเป็นไปตามรูปแบบและนโยบายของกรมพลศึกษา จะเป็นสถานที่ที่ให้ทีมชาติไทยทุกชุดเก็บตัว แต่ก็สามารถใช้งานร่วมกัน เป็นประโยชน์สำหรับวงการกีฬา ไม่ใช่แค่สมาคมฯ หรือ กรมพลศึกษา แต่จะเป็นประโยชน์ให้กับประชาชนด้วย”

“โดยที่ผ่านมา 7 ปี ผมไล่ตามหาสถานที่เพื่อสร้างศูนย์ฝึกแห่งชาติมาโดยตลอด และสุดท้ายก็ได้รับความเมตตาจากกรมพลศึกษา รวมถึง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นผู้นัดหมายให้ได้พูดคุยกัน”

“ในการก่อสร้างจะเริ่มต้นทันทีหลังจากเซ็นบันทึกข้อตกลงในวันนี้ จะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกับกรมพลศึกษา ส่วนระยะเวลาในการสร้างยังบอกไม่ได้ เพราะยังต้องมีอีกหลายขั้นตอน แต่ตอนนี้ได้เริ่มต้น มีเงินและมีสถานที่แล้ว”

“ผมคิดว่าศูนย์ฝึกแห่งนี้ คงสร้างไม่ทันในสมัยของผมแน่นอน แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญของการวางรากฐานฟุตบอล ในอนาคตไม่ว่าใครเข้ามาทำหน้าที่บริหารต่อก็จะเห็นความสำคัญของสิ่งนี้เช่นกัน และเงินที่ฟีฟ่าให้มา ให้มาเพื่อสร้างศูนย์ฝึกเท่านั้น ทำอย่างอื่นไม่ได้ ไม่งั้นจะโดนตัดงบทันที ฉะนั้นไม่ว่าใครนั่งนายกสมาคมฯ คนต่อไปก็ต้องสานต่อโครงการนี้” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

สำหรับ วัตถุประสงค์ในการลงนามครั้งนี้ ด้วยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ กรมพลศึกษา ได้ตระหนัก ถึงความสำคัญในการร่วมมือสร้างศูนย์ฝึกกีฬาฟุตบอลแห่งชาติ ครบวงจร เพื่อส่งเสริมและพัฒนากีฬาฟุตบอลของชาติ ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน (GrassRoots) นักเรียน เยาวชน ประชาชน ยกระดับทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ทั้งชายและหญิงทุกรุ่นอายุ ตลอดจนบุคลากรฟุตบอลในทุกๆ มิติรวมถึงเพื่อประโยชน์ทางราชการ และประโยชน์ แก่ประชาชนในโอกาสต่างๆ โดยกรมพลศึกษา อนุญาตให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ใช้พื้นที่ในการสร้างและดำเนินกิจกรรม เป็นระยะเวลา 30 ปี โดยไม่เสียค่าตอบแทน ทั้งนี้จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างจากฟีฟ่า ตามโครงการ FIFA Forward 3.0